โพสต์โดย : Admin เมื่อ 23 มิ.ย. 2569 17:08:39 น. เข้าชม 64 ครั้ง
| โคลัมเบีย
|
![]()
24 มิ.ย. 2569 |
คองโก-กินชาซา
|

"ชาวไร่กาแฟ" ลุ้นซิวตั๋วลิ่วรอบน็อคเอาท์จัดทัพใหญ่ท้าชน "เสือดาว" ที่หวังสร้างประวัติศาสตร์ศึกบอลโลกนัดสอง!
บอลโลก 2026 | โคลัมเบีย VS ดีอาร์ คองโก | กลุ่ม K นัดที่ 2 | วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2026 | เวลา 09:00 น. |
พรีวิว
ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากสร้างประวัติศาสตร์เก็บคะแนนแรกในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาครองได้สำเร็จ ขุนพล ดีอาร์ คองโก มีคิวลงสนามกลับมาทำหน้าที่เผชิญหน้ากับจ่าฝูงของ กลุ่ม K อย่าง โคลัมเบีย ที่สนาม เอสตาดีโอ กัวดาลาฮารา ในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น โดยในเกมนัดแรก โยอัน วิสซ่า สวมบทฮีโร่พังประตูช่วยให้ทัพเสือดาวตามตีเสมอ โปรตุเกส มาได้ ขณะที่ทางฝั่งทีมจากอเมริกาใต้สามารถบดเอาชนะ อุสเบกิสทาน มาอย่างสนุก 3-1 ส่งผลให้พวกเขาเก็บสามคะแนนเต็มมาครองได้สำเร็จในแมตช์เปิดสนาม
แมตซ์ พรีวิว
โคลัมเบีย
ทัพ โคลัมเบีย ภายใต้การนำทีมของ เนสตอร์ ลอเรนโซ่ ลงสนามในแมตช์เปิดทัวร์นาเมนต์กับ อุสเบกิสทาน โดยพวกเขารู้ดีว่าสามารถฉวยโอกาสทองในการขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มได้ทันทีหลังจากที่โปรตุเกสทำได้เพียงแค่เสมอกับดีอาร์ คองโก ซึ่งขุนพล โคลัมเบีย ก็สามารถทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย แม้ว่าทีมอุสเบกิสทานของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ จะสามารถเปิดเกมสู้และสร้างความหวาดหวั่นอันตรายให้พวกเขาได้ตลอดทั้งเกมที่สนาม อัซเตก้า ก็ตาม แต่ท้ายที่สุด ประสิทธิภาพความเฉียบขาดจากลูกยิงในนาทีที่ 65 ของ หลุยส์ ดิอาซ ก็ช่วยให้ทีมขึ้นนำ 2-1 ก่อนที่ ฮามินตัน คัมปาซ จะมาซัดประตูตอกย้ำชัยชนะเด็ดขาดในช่วงนาทีที่เก้าของช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง ผลลัพธ์ดังกล่าวส่งผลให้โคลัมเบียกลายเป็นทีมเดียวในกลุ่มเคที่เก็บคะแนนเต็มได้สำเร็จ และชัยชนะในเกมนัดนี้จะส่งพวกเขาทะลุผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายทันทีล่วงหน้า ซึ่งจากการที่สโมสรเคยเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศและรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาในการลุยเวทีโลกสองหนหลังสุด ทำให้ขุนพลชุดนี้หวังจะใช้วินัยและเกมรุกที่หลากหลายเจาะแนวรับอันเหนียวแน่นของคู่แข่งเพื่อการันตีตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์ให้ได้ตามเป้าหมาย
ดีอาร์ คองโก
ทางด้านลูกทีมของ เซบาสเตียน เดซาเบร ย่อมไม่ยอมเป็นเพียงแค่ทางผ่านให้ทีมของเนสตอร์ ลอเรนโซ่ ผ่านเข้ารอบไปได้ง่ายๆ แน่นอน โดยการกลับคืนสู่เวทีระดับโลกครั้งแรกในรอบ 52 ปีของทัพ เสือดาว บ่งชี้ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้เดินทางมาอเมริกาเหนือเพียงเพื่อเป็นไม้ประดับทัวร์นาเมนต์เท่านั้น แม้ว่าในเกมแรกผู้จัดการทีมเดซาเบรจะเลือกใช้ระบบกองหลังห้าตัวตามแท็กติกถนัด และโชคร้ายโดน เจา เนเวส โหม่งพังประตูให้โปรตุเกสนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่หก แต่ทัพดีอาร์ คองโก ก็แสดงให้เห็นถึงระเบียบวินัยและหัวใจนักสู้สปิริตอันยอดเยี่ยม ด้วยการคุมโซนจำกัดโอกาสง้างเท้าส่องประตูของลูกทีม โรเบอร์โต้ มาร์ติเนซ ให้เหลือเพียงแค่ 6 ครั้งตลอดเวลาที่เหลือในสนาม ขณะที่พวกเขาสามารถหาช่องโต้กลับเร็วและมีโอกาสยิงคืนถึง 8 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น แฟนบอลอาจจะรู้สึกเสียดายกับโอกาสทองสองครั้งติดต่อกันในช่วงท้ายเกมที่พลาดไป โดย เซดริก บากัมบู ซัดข้ามคานอย่างน่าเสียดายจากการผ่านบอลของ โนอาห์ ซาดิกิ และ โยริส คายอมเบ้ เปิดบอลพลาดเหลี่ยมไปเอง ทั้งที่มีเพื่อนร่วมทีมถึงสามรายพยายามสปีดเติมขึ้นไปรอชาร์จจ่อๆ แต่อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของชาติจากแอฟริกายังคงเต็มไปด้วยความหวังหลังพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพดีพอในระดับนี้ และตอนนี้ตั้งเป้าหมายที่จะคว้าชัยชนะนัดแรกในฟุตบอลโลกให้ได้จากการลงเล่นนัดที่ห้าในประวัติศาสตร์
ฟอร์มล่าสุด
โคลัมเบีย (ฟุตบอลโลก) : ชนะ
โคลัมเบีย (ทุกรายการ) : ชนะ แพ้ แพ้ ชนะ ชนะ ชนะ
ดีอาร์ คองโก (ฟุตบอลโลก) : เสมอ
ดีอาร์ คองโก (ทุกรายการ) : แพ้ ชนะ ชนะ เสมอ แพ้ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
โคลัมเบีย
หลังจากใช้งานระบบสุดโต่งเน้นเกมรุกเต็มตัว 4-3-3 ในแมตช์แรก โดยส่ง จอน อาเรียส ลงไปยืนปักหลักในแผงมิดฟิลด์สามตัว ทว่าในเกมนัดนี้ผู้จัดการทีมลอเรนโซ่อาจจะพิจารณาปรับหมากเพื่อเน้นความรัดกุมยามเจอทัพเสือดาว โดยคาดว่าจะสลับมาใช้ระบบยอดฮิตอย่าง 4-2-3-1 พร้อมเปิดโอกาสให้จอมทัพตัวเก๋าอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ ลงสนามทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10 คอยสร้างสรรค์เกมอยู่ด้านหลังกองหน้าตัวเป้าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงฟอร์มฮอตที่ระเบิดผลงานซัดไปถึง 28 ประตูในลีกให้กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในฤดูกาล 2025-26 แม้จะยังปืนฝืดในนัดแรกก็ตาม ขณะที่พื้นที่ริมเส้นกราบซ้ายตัวอันตรายอย่าง หลุยส์ ดิอาซ จะยังคงเป็นซูเปอร์สตาร์แกนหลักของทีมที่พร้อมใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการสร้างมิติเกมรุกฉีกแนวรับคู่แข่ง
ดีอาร์ คองโก
ทางด้านผู้จัดการทีมเดซาเบร อาจจะมีความคิดในการปรับเปลี่ยนระบบแผงหลังห้าตัวที่ใช้ในเกมพบโปรตุเกสกลับมาเป็นระบบกองหลังสี่ตัวตามปกติ แต่อย่างไรก็ดี วินัยเกมรับอันเหนียวแน่นของทีมจะยังคงถูกรักษาไว้ต่อไป โดยมีเซนเตอร์แบ็กประสบการณ์สูงอย่าง ชานเซล เอ็มเบมบ้า ปักหลักเป็นหัวใจสำคัญในแดนหลัง ทว่าเจ้าตัวต้องเล่นด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากมีโทษแบนใบเหลืองติดตัวและเสี่ยงโดนแบนในเกมนัดสุดท้ายที่จะพบอุสเบกิสทาน ส่วนในพื้นที่แดนหน้าตัวจบสกอร์ โยอัน วิสซ่า และ เซดริก บากัมบู จะได้รับหน้าที่แบกรับภาระในเกมรุกร่วมกัน โดยเฉพาะในรายของวิสซ่าที่สามารถสลัดฟอร์มฝืดจากการเล่นให้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในฤดูกาลแรกอันยากลำบาก กลับมาตะบันประตูประวัติศาสตร์ลูกแรกในฟุตบอลโลกให้กับประเทศได้สำเร็จในแมตช์ที่ผ่านมา
คาดการณ์ผู้เล่น
โคลัมเบีย : วาร์กัส; มูนอซ, ซานเชซ, ลูคูมี่, โมฮิก้า; ริออส, เลอร์มา; อาเรียส, โรดริเกซ, ดิอาซ; ซัวเรซ
ดีอาร์ คองโก : อึมปาซี่; วาน-บิสซาก้า, เอ็มเบมบ้า, ตวนเซเบ้, คายอมเบ้; มูกาอู, มูตูสซามี่, ซาดิกิ; บองกองด้า, บากัมบู, วิสซ่า
วิเคราะห์คาดการณ์
ศึกฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่ม นัดที่สองของกลุ่มเค เป็นเกมนัดสำคัญที่ทัพ โคลัมเบีย ถูกยกให้เป็นต่อและมีความพร้อมในระบบทีมที่เหนือกว่าชัดเจน ขุนพลทัพ ชาวไร่กาแฟ ภายใต้การนำทัพของ เนสตอร์ ลอเรนโซ่ กำลังอยู่ในช่วงโมเมนตัมที่ร้อนแรงคว้าชัยชนะรวดมาในนัดแรกด้วยการอัดอุสเบกิสทาน 3-1 นัดนี้คาดว่าจะปรับแท็กติกมาเน้นความแน่นอนส่ง ฮาเมส โรดริเกซ ลงมาคุมจังหวะเกมรุกตำแหน่งหมายเลข 10 ประสานงานร่วมกับศูนย์หน้าตัวเก่งที่ฟอร์มร้อนแรงในระดับสโมสรอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ และปีกระดับโลกอย่าง หลุยส์ ดิอาซ สวนทางกับทางด้าน ดีอาร์ คองโก ของกุนซือ เซบาสเตียน เดซาเบร ที่แม้เกมแรกจะโชว์หัวใจสิงห์เหนียวแน่นสกัดกั้นจนยันเสมอโปรตุเกสมาได้ 1-1 จากความเฉียบคมของ โยอัน วิสซ่า ร่วมกับจังหวะเก็บบอลของ เซดริก บากัมบู ทว่าจุดเปราะบางสำคัญของทัพ เสือดาว คือความเด็ดขาดในกรอบเขตโทษยามมีโอกาสทองช่วงท้ายเกมที่มักจะเสียสมาธิพลาดเป้าไปเอง อีกทั้งแผงแนวรับปักหลักนำโดย ชานเซล เอ็มเบมบ้า ต้องเล่นท่ามกลางความกดดันเนื่องจากเสี่ยงโดนแบน บีบให้ระบบการสกัดกั้นอาจลดทอนความดุดันลง เมื่อพิจารณาจากชั้นเชิงฟุตบอลสไตล์อเมริกาใต้ที่มีความเร็วและความเฉียบคมในแดนหน้ามากกว่าชัดเจน ประกอบกับแรงขับเคลื่อนที่ต้องการสามแต้มเพื่อการันตีตั๋วเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายล่วงหน้า เชื่อว่าโคลัมเบียจะเป็นฝ่ายครอบครองบอลเปิดเกมรุกเข้ากดดันอย่างต่อเนื่อง และจะอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของดิอาซบดเอาชนะความแข็งแกร่งของทีมจากแอฟริกาไปได้สำเร็จ
คาดการณ์สกอร์ : โคลัมเบีย 2 - 0 ดีอาร์ คองโก
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ : โคลัมเบีย - ขุนพลทัพ "ชาวไร่กาแฟ" มีมาตรฐานทีม ระบบทีมเวิร์ค และความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นแนวรุกระดับโลกที่เหนือกว่าชัดเจน อีกทั้งพวกเขามีแรงกระตุ้นสูงในการเก็บสามแต้มเพื่อตีตั๋วผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ล่วงหน้า ยามเจอกับ ดีอาร์ คองโก ที่แม้เกมรับจะเหนียวแน่นแต่สถิติช่วงหลังสะดุดบ่อยและแนวรุกยังขาดความเด็ดขาด ทำให้โคลัมเบียจะบดคว้าชัยได้ตามเป้าหมาย
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - แท็กติกฟุตบอลของทั้งสองฝ่ายน่าจะเน้นความรัดกุมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะฝั่ง ดีอาร์ คองโก ภายใต้การนำทัพของ เซบาสเตียน เดซาเบร ที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบระเบียบวินัยเกมรับคุมโซนเหนียวแน่นต่ำกว่าผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสรายนี้ไม่เคยแพ้ใครเกินหนึ่งประตู ยามเจอกับโคลัมเบียที่สลับมาเน้นความชัวร์ครองบอลบุกคุมสถานการณ์ สกอร์รวมจึงน่าจะจบต่ำไม่เกินเรท
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - แผงแนวรับของโคลัมเบียมีระเบียบวินัยและประสบการณ์สูงในเวทีระดับโลก ย่อมเป็นเรื่องยากลำบากที่ขุมกำลังแดนหน้าของทัพ "เสือดาว" อย่าง เซดริก บากัมบู ที่สถิติจังหวะจบสกอร์ในกรอบเขตโทษยังขาดความแน่นอนจะเจาะเข้าไปทำประตูได้ ประกอบกับการที่โคลัมเบียเตรียมเน้นคุมจังหวะแดนกลางทำให้อิสรภาพในการโต้กลับของคองโกลดน้อยลง คาดว่าจะมีเพียงโคลัมเบียฝ่ายเดียวที่ทำสกอร์
ทีมได้ประตูแรก : โคลัมเบีย - คาดว่าทีมจากอเมริกาใต้จะเป็นฝ่ายครอบครองบอลและเปิดฉากเปิดเกมรุกบดขยี้เข้าใส่แนวรับคู่แข่งตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มแข่งขันเพื่อพังประตูออกนำลดความกดดัน โดยความอัจฉริยะและการผ่านบอลสร้างสรรค์เกมในตำแหน่งหมายเลข 10 ของ ฮาเมส โรดริเกซ ประสานงานร่วมกับความเร็วริมเส้นของ หลุยส์ ดิอาซ จะช่วยสร้างโอกาสเจาะแผงหลังคองโกรจนสามารถพังประตูเบิกร่องได้ก่อนตามคาด